เจมาร์ท เปิด “J.AI Arena”

1 min read

เจมาร์ท

เปิด “J.AI Arena”

ปั้น AI Ecosystem ยกระดับองค์กรสู่ AI-Driven Enterprise

R-U-GO.COM:Jaymart Group Holdings หรือ JMART เดินเกมทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่

เปิดตัว “J.AI Arena” ศูนย์กลางด้าน AI และพื้นที่สร้าง AI Champion ระดับกลุ่มบริษัท เพื่อเร่งขับเคลื่อน Ecosystem ธุรกิจค้าปลีก การเงิน และเทคโนโลยี

สู่การเป็น “AI-Driven Enterprise” ภายใต้กลยุทธ์ระยะ 3 ปี “JUMP+”

 

นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART กล่าวว่า

ปัจจุบัน AI ไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังเปลี่ยน “โครงสร้างธุรกิจ” และ “รูปแบบการแข่งขัน” ของโลกอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะยุคของ Agentic AI ที่สามารถช่วยคิด วิเคราะห์ และสนับสนุนการตัดสินใจได้ใกล้เคียงผู้ช่วยเชิงกลยุทธ์ขององค์กร

“J.AI Arena จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่ทดลองเทคโนโลยี แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ขององค์กรยุค AI ที่จะช่วยให้ทุกบริษัทในกลุ่มสามารถเรียนรู้ พัฒนา และต่อยอด AI Use Case ร่วมกันได้เร็วขึ้น ลดต้นทุนการเรียนรู้ซ้ำซ้อน และสร้าง Synergy ระหว่าง Ecosystem ของกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอดิศักดิ์ กล่าว

ภายใน J.AI Arena จะเป็นพื้นที่รวมตัวของ AI Champion จากบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะเป็น JMART, JMT, SINGER, SGC, KBJ, JAS Asset, Jaymart Mobile และ J Ventures เพื่อร่วมกันพัฒนา AI Use Case ที่สามารถใช้งานได้จริง ทั้งด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การบริหารความเสี่ยง และการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่

ด้านนายเอกชัย สุขุมวิทยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า โลก AI เปลี่ยนเร็วเกินกว่าที่องค์กรจะเรียนรู้แบบต่างคนต่างทำได้อีกต่อไป

“3 เดือนก่อน ChatGPT ยังนำตลาด แต่เพียงไม่นาน Claude ก็ขึ้นมาเป็น Agent AI ที่เปลี่ยนวิธีการทำงานทั้งหมด ถ้าเราเรียนรู้คนเดียว บริษัทเดียว เราจะตามไม่ทัน แต่ถ้าเราเรียนรู้ ‘ด้วยกัน’ ทั้งกลุ่ม เราจะนำตลาดไทยได้” นายเอกชัย กล่าว

สำหรับ J.AI Arena จะทำหน้าที่หลักใน 3 ด้าน ได้แก่ Strategic Engine ขับเคลื่อนแผน JUMP+, Innovation Hub สร้าง AI Use Case เชิงธุรกิจจริง และ Talent Magnet เพื่อพัฒนาและดึงดูดบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่โลก AI

หนึ่งใน Use Case ที่ถูกยกขึ้นมาเป็นตัวอย่าง คือการนำ AI มาใช้ใน JMT Network Services เพื่อวิเคราะห์คุณภาพการติดตามหนี้ โดยระบบสามารถตรวจสอบสายโทรออกได้มากกว่า 100,000 สายต่อวัน ครอบคลุม 100% ของทุกสาย พร้อมประเมินผลแบบรายชั่วโมง โดยใช้ทีมงานดูแลไม่ถึง 10 คน สะท้อนศักยภาพของ AI ในการเพิ่ม Productivity ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลภายในองค์กร

ขณะที่ Jaymart Mobile อยู่ระหว่างพัฒนา AI Voicebot สำหรับทีมขายทางโทรศัพท์ ซึ่งสามารถโทรหาลูกค้าและปิดกระบวนการขายได้ภายในสายเดียว ตั้งแต่การทักทาย ยืนยันความสนใจ ไปจนถึงส่งโปรโมชั่นผ่าน SMS โดยผลทดสอบเบื้องต้นพบว่าสามารถเพิ่มจำนวน Outbound Call ได้ถึง 5 เท่า และขยายเวลาให้บริการลูกค้าเพิ่มกว่า 215 ชั่วโมงต่อเดือน

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ JAS Asset ที่พัฒนา AI-Powered Receipt Reading เพื่อยกระดับ J Point Loyalty Program ภายใน JAS Community Mall ช่วยลดระยะเวลาประมวลผลจากเดิม 3–5 วัน เหลือเพียงไม่กี่วินาที พร้อมดันยอดใช้จ่ายสมาชิกเติบโต 76% YoY ในไตรมาสแรกของปี 2569

กลุ่มเจมาร์ทระบุว่า เป้าหมายต่อจากนี้คือการต่อยอด AI จาก “AI Adoption” ไปสู่ “AI at Scale” ครอบคลุมทั้ง Customer Service, Risk Management, Sales Optimization และ Data-Driven Decision Making เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับทั้ง Ecosystem

“ในอนาคต AI จะไม่ใช่เพียงเครื่องมือช่วยทำงาน แต่จะกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการสร้างการเติบโต ความสามารถในการแข่งขัน และการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับ Ecosystem ของกลุ่มเจมาร์ท” นายอดิศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

You May Also Like

More From Author

+ There are no comments

Add yours