…จากสะพานไทย-ลาว 3 ถึงถ้ำฟองญา เอ๊ะ! ทำไมจุดหมายจึงไม่เร้าใจเท่ารายทาง

บรรยากาศสะพานไทยลาว3

ผมได้มีโอกาสร่วมทริปเปิดเส้นทางสายใหม่ สะพานไทย-ลาวแห่งที่ 3 จ.นครพนมโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ถ้ำฟองญาจังหวัดควงบินห์ ประเทศเวียดนาม ระยะทางจากสะพานไทย-ลาว 3 ถึงถ้ำฟองญาเป็นระยะทางเกือบ 1,000 กิโล บายรถยนต์ผมได้เห็นความเป็นมา เป็นไปของเพื่อนร่วมประชาคมอาเซียนว่าตอนนี้เขาไปกันถึงไหนแล้ว

ภายในถ้ำเพิ่มความสวยด้วยแสง

จากสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 3 พวกเราตุเรงๆ เข้าสู่สปป.ลาว ผ่านบ้านน้ำทอน  แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนหมายเลข 8  ผ่านเมืองหลักซาว แวะถ่ายรูปที่คุนหมิงเมืองลาว(ภูแสนหน่อ บ้านคำเกิดหลักซาว ) อากาศเริ่มหนาว ลมแรง แต่วิวสวยทุกมุมมอง แต่อย่าได้เดินออกนอเส้นทาง เพราะคุณจะกลายเป็นคนโชคดีเหยียบก้อนลักษณะคล้ายโดนัทเข้าให้ ก็เพราะว่าบริเวณนี้ช่างเป็นจุดที่เหมาะเหม่งสำหรับปล่อยทุกข์ แต่เมื่อไม่มีสุขา แต่คนอยากสุขีก็เลยมาทิ้งโดนัทกันไว้แถวนี้ให้เกลื่อน…น่ากิน!

เราเข้าเวียดนามผ่านทางด่านน้ำพาวของลาว (Nam phao) ส่วนฝั่งเวียดนามมีชื่อว่าด่านเก่าแจว (cau treo) จังหวัดฮาติงห์ ด่านนี้สามารถบ่งบอกถึงความแตกต่างของสภาพอากาศของลาว และวียดนามได้อย่างชัดเจน แค่ข้ามเนินเขาจากลาวมาไม่กี่ก้าว ก็จะเจอหมอกหนาๆ อากาศหนาวๆ สัมผัสถึงความเป็นเวียดกันแล้ว และด่านแห่งนี้ผมมากี่ครั้งก็ยังคงเห็นรถบรรทุกน้องหมาที่ส่งเสียงโหยหวนดีใจหรือเสียใจก็มิทราบที่จะได้ไปเที่ยวเวียดนามกัน

จากด่านเก่าแจวเข้าสู่เมืองวินห์ จะเป็นการฝ่าทะเลหมอก สวยงาม หนาวเหน็บ ผ่านความคดโค้งของถนน และสะพานที่สร้างขึ้นใหม่หลายแห่ง   เมื่อเปรียบเทียบถนนของลาวกับเวียดนามแล้ว ของเวียดนามมีสภาพดีกว่า(แต่ก็ยังห่างชั้นจากไทยอยู่หลายขุม)  หลังจากผ่านสี่แยกบ้านดึ๊กโท  ข้ามทางรถไฟสายเหนือ-ใต้  และข้ามแม่น้ำกาซึ่งมีความกว้างมากๆ  สักพักก็จะสัมผัสได้ถึงความเป็นเมือง นั่นก็เมืองวินห์บ้านเกิดลุงโฮ นั่นเอง

เมืองวินห์ (Vinh)   เป็นเมืองเอกของจังหวัดเหง่อาน (Nghe An) เป็นบ้านเกิดของลุงโฮจิมินห์ ตัวเมืองมีความจอแจ  มีอนุเสารีย์ท่านโฮจิมินท์ทำด้วยหินขนาดมหึมายืนตะหง่าน นอกจากนี้เมืองวินห์ยังมี มหาวิทยาลัยวินห์  เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงอันดับที่ 3  ของประเทศ ส่วนบ้านเกิดของท่านประธานโฮจิมินห์ นั่นอยู่ที่หมู่บ้านกิมเลียน (Kim Lien)  ไกด์บอกผมว่าเมืองวินห์เป็นเมืองที่ด้อยพัฒนาของเวียดนาม ผมได้แต่ร้องอั๊ยย่ะ!( เพราะมันดูดี ศิวิไลซ์ฟ่าบ้านตรูอีก)

จากเมืองวินห์ก็มุ่งหน้าไปสู่จุดหมายปลายทางนั่นก็คือถ้ำฟองญา ( Phong Nha)  ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนให้ป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2546 ตั้งอยู่ในอำเภอ โบจักห์ และ อำเภอ มินห์หัว จังหวัดควงบินห์ ติดชายแดนประเทศลาว มีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร คาดว่ามีถ้ำทั้งหมดประมาณ 300 ถ้ำ แต่ที่สำรวจพบแล้วมีจำนวน 14 ถ้ำ ถ้ำบางแห่งยังมีลำธารใต้ดินเชื่อมต่อกันยาวถึง 14 กม. ด้วย ทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการสำรวจและพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

แต่การจะเข้าไปชมถ้ำนั้นต้องนั่งเรือใช้เวลาประมาณ 30 นาที ต้องบอกว่าเป็น 30 นาทีอันแสนรื่นรมย์ เพราะบรรยากาศตลอดสองฝั่งนั้นสวยงาม ประกอบกับอากาศหนาวๆ หมอกขาวๆ มีตึกทรงแปลกตาสวยงามซ่อนอยู่ตามหลืบเขาให้ได้แอบมอง แต่พอไปถึงตัวถ้ำต้องบอกว่าค่อนข้างผิดหวัง เพราะระบบการจัดการ การเข้าถ้ำดูจะมั่วๆ ก็เลยกลายเป็นงานภูเขาทองไปซะฉิบ

ทริปนี้ต้องบอกว่า จุดหมาย(ถ้ำฟองญา)นั้นไม่เร้าใจเท่ารายทางเลย แต่ทริปนี้ก็ทำให้ได้รับรู้ว่า เมื่อปี 2560 มาถึง ประชาคมอาเซียนก็จะเกิดเต็มรูปแบบ ถ้าคนไทย ผู้ประกอบการทั้งหลาย  ไม่ยอดเปิดหู เปิดตา เราคงได้แต่ย่ำรอยของเพื่อนบ้าน …นึกแล้วก็หนาวขึ้นมาเลย

 

ปล. อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 400-500 ด่งต่อบาท หรือ ประมาณ 16,000 ด่งต่อดอลลาร์สหรัฐ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *