กระทรวงการท่องเที่ยวฯ หนุนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยโปรโมทพื้นที่ผ่านสื่อดิจิทัล

R-U-GO.com : กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย นำร่อง 1 ใน 9 กลุ่มคลัสเตอร์การท่องเที่ยว ทุ่มงบฯ 5 ล้านบาท คว้าตัวดาราดัง “เพื่อน คณิน – แจม เนโกะ จั๊มพ์” ร่วมแสดงนำภาพยนตร์สั้นในโครงการ “ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย” เร่งโปรโมทผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย พ.ค.62 ด้าน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หนุนเต็มที่หวังสร้างการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวในทุกมิติ ทั้งธรรมชาติ วิถีชุมชน วัฒนธรรม และเส้นทางท่องเที่ยวสายจิตวิญญาณ หลังปี 61 มีนักท่องเที่ยวไทย-เทศมาเยือนกว่า 20 ล้านคน สร้างรายได้กว่า 2 แสนล้านบาท

นายสันติ ป่าหวาย รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ตามที่ คณะรัฐบาล เห็นชอบกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เพื่อเชื่อมโยงพัฒนาในภาคใต้ทั้งระบบทั้ง 2 ฝั่งคือฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามันรวมวงเงิน 2 แสนล้านบาทนั้นจะเป็นการเสริมศักยภาพให้ภาพรวมเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งอ่าวไทยให้ได้รับการบูรณาการและมีศักยภาพยิ่งขึ้น

สำหรับภาวะการท่องเที่ยวทางภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยในปี 2561 มีนักท่องเที่ยวทั้งจากไทยและต่างชาติมาเยือนกว่า 20 ล้านคน ก่อให้เกิดรายได้กว่า 2 แสนล้านบาท ปัจจัยหนึ่งคือพื้นที่จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยถือว่ามีมิติการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทั้งความสวยงามทางธรรมชาติ โดยเฉพาะหาดทราย ทะเล และหมู่เกาะ นอกจากนั้นยังมีวิถีชุมชนและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ตลอดจนมีเส้นทางท่องเที่ยวสายจิตวิญญาณทางศาสนาอีกมากมาย จึงจำเป็นต้องสร้างการรับรู้ในวงกว้างให้เป็นที่รับรู้ทั้งในกลุ่มคนไทยและต่างชาติ

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงร่วมกับ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย จัดโครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย กิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย” เพื่อนำเสนอมนต์เสน่ห์และศักยภาพของพื้นที่การท่องเที่ยวฝั่งอ่าวไทยผ่านสื่อภาพยนตร์สั้นเพื่อเผยแพร่ผ่านสื่อดิจิทัลในเร็ว ๆ นี้ ทั้งยังถือเป็นกลุ่มคลัสเตอร์การท่องเที่ยวแรกที่นำร่องสร้างการรับรู้ในลักษณะนี้ โดยคาดว่าอนาคตกลุ่มคลัสเตอร์การท่องเที่ยวอื่น ๆ อีก 8 กลุ่มจะมีการนำเสนอรูปแบบที่แตกต่างและเหมาะสมแต่ละพื้นที่

นายสันติ กล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวเป็นอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยสร้างรายได้ที่มีมูลค่าเป็นอันดับหนึ่งของการค้าบริการรวมของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 19 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) โดย องค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่าประเทศไทยสามารถทำรายได้จากการท่องเที่ยวได้มากที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.65 ล้านล้านบาท จัดเป็นอันดับ 3 ของประเทศที่ทำรายได้จากการท่องเที่ยวมากที่สุดในโลกประจำปี 2559–2560 ล่าสุดเมื่อต้นปี 2562 “มามาสเตอร์การ์ด” ยังได้เปิดเผยผลสำรวจเมืองสุดยอดจุดหมายปลายทางด้านอาหารและการชอปปิ้ง พบว่า กรุงเทพฯ ติดอันดับ 3 เมืองที่มีการใช้จ่ายด้านอาหารมากที่สุด และติดอันดับที่ 6 ของเมืองที่มีการใช้จ่ายด้านการชอปปิ้งมากที่สุด

นายสันติ ป่าหวาย (ที่ 5 จากขวา) รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม (ที่ 4 จากขวา) รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายฑิฆัมพร สุทธิอุดมรัตน์ (ที่ 5 จากซ้าย) ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ด้าน นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยในปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากในพื้นที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นจุดดึงดูดคือ เกาะต่าง ๆ โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เช่น เกาะสมุย เกาะพะงัน และเกาะเต่า ส่วนการท่องเที่ยวบนฝั่งก็มีแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือ เขื่อนเชี่ยวหลาน และอุทยานเขาสก ทำให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายได้กระจายในพื้นที่กว่า 9 หมื่นล้านบาท ขณะที่ นครศรีธรรมราช มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือ บ้านคีรีวง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียงในด้านของธรรมชาติและวัฒนธรรม เช่นเดียวกับจังหวัดชุมพร สงขลา และพัทลุง ล้วนมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่ออย่างมากมาย

นายฑิฆัมพร สุทธิอุดมรัตน์ ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวและกีฬา จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า จากรายงานทางสถิติของดิจิทัลเอเจนซีที่ทำวิจัยออกมาพบว่า ในปี 2561 ประชากรโลกกว่า 7.5 พันล้านคนมีการใช้สื่อออนไลน์กว่า 3 พันล้านคน โดยแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยอดนิยมทั่วโลกคือเฟซบุ๊ก ตามมาด้วยยูทูป โดยในส่วนของประเทศไทยซึ่งมีประชากรกว่า 69 ล้านคน มีการเข้าถึงสื่อออนไลน์ถึง 51 ล้านคน ทั้งยังมีการใช้อินเทอร์เน็ตต่อวันมากที่สุดในโลก โดยกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กมากที่สุดในโลก

พฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดียยังก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อสถานการณ์การท่องเที่ยวทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ในฐานะหน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่รณรงค์ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยตรง จึงได้เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว พร้อมหากลไกที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล ด้วยแผนการผลิตสื่อภาพยนตร์สั้น โดยใช้งบประมาณ 5 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มเปิดกล้องในวันที่ 24 ก.พ.ศกนี้ ก่อนที่จะเผยแพร่ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องประมาณเดือน พ.ค.62

“กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยประกอบด้วย 5 จังหวัดคือ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชุมพร ระนอง และพัทลุง ซึ่งถือได้ว่ามีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลายในทุกมิติซึ่งแม้แต่คนไทยส่วนใหญ๋ยังไม่เคยทราบ การจัดทำภาพยนตร์สั้นครั้งนี้ในเบื้องต้นจึงมีวัตถุประสงค์สร้างการรับรู้ในกลุ่มคนไทยเป็นลำดับแรก จากนั้นอาจมีการเพิ่มบทบรรยายภาษาอังกฤษและจีนเพื่อประชาสัมพันธ์ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติต่อไป” นายฑิฆัมพร กล่าวเสริม

นายศุภชัย นิลวรรณ (กลาง) ที่ปรึกษาด้านผลิตสื่อภาพยนตร์สั้น

ด้าน นายศุภชัย นิลวรรณ ที่ปรึกษาด้านผลิตสื่อภาพยนตร์สั้น กล่าวว่า โครงการ “ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย กิจกรรมประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวที่มีศักยภาพของกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย” กล่าวเสริมว่า แนวทางการผลิตภาพยนตร์สั้นครั้งนี้จะมีความยาวประมาณ 20 นาที เน้นให้ผู้ชมมีความรู้สึกสนุก จึงเลือกแนวโรแมนติกคอมมาดี้คือ ชมจบแล้วต้องอมยิ้ม พร้อมทั้งเลือกนักแสดงที่กำลังได้รับความนิยม นำโดย “เพื่อน – คณิน ชอบประดิถ” “แจม เนโกะ จั๊มพ์ – ชรัฐฐา อิมราพร” “ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น” รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017 และนักแสดงอีกหลายท่านที่มีคาแร็กเตอร์ที่น่าติดตาม สามารถทอดความประทับใจและเสน่ห์ของพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเสริมให้สถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อมากมายทั้งทัศนียภาพและศิลปวัฒนธรรมที่มีความงดงามมากมายอยู่แล้วนั้นน่าสนใจและน่าค้นหามากยิ่งขึ้น

“เพื่อน – คณิน ชอบประดิถ”
“แจม เนโกะ จั๊มพ์ – ชรัฐฐา อิมราพร”
“ฟ้าใส – ปวีณสุดา ดรูอิ้น” รองอันดับ 2 มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2017

 

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *