อ.ส.ค. ปรับแผนตลาด รับผลกระทบจากโควิด-19 พร้อมตั้งรับรายได้ปี 64 ที่ 10,300 ล้าน “รองสุชาติ”เตรียมพร้อมลุยเต็มที่ เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น

R-U-GO.COM: นายสุชาติ จริยาเลิศศักดิ์ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)

เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ระลอกใหม่ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 จนถึงปัจจุบัน

ยังคงมีการระบาดที่อยู่ในทิศทางที่ยังไม่ดีขึ้น และได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อยอดการจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของ อ.ส.ค. เป็นอย่างมาก

จึงมีนโยบายที่จะเร่งปรับแผนส่งเสริมการขายและการตลาดให้มีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับสถานการณ์

 

“ ขณะนี้ยอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมของอ.ส.ค. มียอดจำหน่ายที่ลดลง โดยก่อนเกิดการระบาดของโควิด – 19 ละลอกใหม่ ในช่วงเดือนมีนาคม ยอดการจำหน่ายผ่านช่องทางการตลาดค้าขายปลีกแบบสมัยใหม่ หรือModern Trade สูงมากถึงเกือบ 1,000 ล้านบาท แต่พอเข้ามาในช่วงเดือนเมษายน ที่เกิดการระบาด ยอดจำหน่ายลดลงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นที่ อ.ส.ค.หวังในตอนนี้คือ  หากมาตรการต่าง ๆที่รัฐบาลได้กำหนดดำเนินการ ไม่ว่า การเร่งฉีดวัคซีนป้องกัน การกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ เป็นต้น สามารถดำเนินการได้เต็มรูปแบบ จะส่งผลให้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ ยอดขายในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2564น่าจะปรับตัวดีขึ้น”

ทั้งนี้ รองผู้อำนวยการ ทำการแทนผู้อำนวยการอ.ส.ค. ได้ชี้แจงเพิ่มเติมถึงเป้าหมายรายได้ในภาพรวมของปี 2564 ที่เดิมได้ตั้งเป้าไว้ที่ 11,800 ล้านบาทว่า จะต้องมีการปรับลดตัวเลขลง โดยขณะนี้ได้แจ้งให้กับคณะกรรมการบริหารหรือบอร์ดของอ.ส.ค.ได้รับทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยรายได้จะอยู่ที่ประมาณ 10,300 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 85 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายเดิมที่ 11,800 ล้านบาท 

“ ขณะนี้ทาง อ.ส.ค.ได้เตรียมแผนงานด้านตลาดไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการได้ทันที เมื่อสถานการณ์สามารถเข้าสู่ปกติ ทั้งในส่วนความร่วมมือด้านกิจกรรมการตลาดภายใต้แคมเปญต่างๆ อีกทั้งการร่วมทำกิจกรรมตลาดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ร่วมกับโมเดิร์นเทรด เช่น ท๊อปส์ โลตัส บิ๊กซี เป็นต้น ขณะที่การขายผ่านลาซาด้า (LAZADA) และช้อปปี้ (Shopee) ในภาพรวมขณะนี้มียอดจำหน่ายโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะในส่วนของนมโรงเรียน อ.ส.ค.คาดหวังว่าจะสามารถเปิดเทอมได้ตามกำหนดในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการระบายนมออกสู่ตลาดได้ แต่หากไม่สามารถเปิดเทอมได้ตามปกติ จะส่งผลกระทบพอสมควร ส่วนตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียร์ม่าร์ กัมพูชา และลาว ขณะนี้ถือว่ามียอดจำหน่ายที่ลดลงเช่นกัน” นายสุชาติ กล่าว

ด้าน นายสมพร ศรีเมือง รองผู้อำนวยการอ.ส.ค. ฝ่ายการตลาดและการขาย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้อ.ส.ค. ได้มีการเสริมทัพกลยุทธ์ เน้นศักยภาพด้านการแข่งขันการตลาดของนมไทย-เดนมาร์คในทุกช่องทางอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้มีการประชุมคณะกรรมการวางแผนการผลิตและการตลาดผลิตภัณฑ์นม  เพื่อรองรับการผลิตผลิตภัณฑ์นม ยูเอชที  5 ภาค ครั้งที่ 6/2564 ผ่านระบบ Video Conference    ซึ่งในฐานะประธานที่ประชุม/ด้มอบนโยบายให้มีการเร่งติดตามผลการดำเนินงาน และการวางแผนการตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งเชื่อแน่นอนว่า ในปี 2564นี้ สามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่กำหนด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *