เที่ยวไปตามค่าย สไตล์ Armyland

R-U-GO.COM: แอ่วค่ายทหารเมืองเหนือ

ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช

ค่ายสุริยพงษ์

ค่ายพิชัยดาบหัก

สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก  ในนาม Army land นำโดยพลตรี สุธี กอรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบกได้จัดโครงการสัมมนาสื่อมวลชนสัญจร ครั้งที่1/64 ระหว่างวันที่ 9-12 มีนาคม 2564 เพื่อประชาสัมพันธ์ดินแดนท่องเที่ยวในเขตทหารของกองทัพบก ตามโครงการ “Army land เปิดค่ายทหารต้อนรับนักท่องเที่ยว” ภายใต้แนวคิด “สนุกสนาน ท้าทาย คุ้มค่า และปลอดภัย”

โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆและกองทัพสื่อมวลชนไปตะลุยค่ายทหารเมืองเหนือ  ตามโครงการ “Army land เปิดค่ายทหารต้อนรับนักท่องเที่ยว”

นอกจากนี้ยังได้ไปสัมผัสบรรยากาศความงามของสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นแลนด์มาร์กของจังหวัดที่ค่ายทหารตั้งอยู่อย่างเช่นภูลังกา๊วนพะเยา จ.พะเยามาเติมเต็มความหฤหรรษ์ของทริป แมน ๆ เที่ยวค่ายหารหาญอย่างกลมกล่อม

บุกค่ายทหารเมืองเหนือ ที่เป็น Army land แดนท่องเที่ยวในค่ายทหาร

 

 

ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ค่ายแรกที่กองทัพสื่อฯ ที่มุ่งหน้าบุกไปโจมตีนั้นก็คือมณฑลทหารบกที่ 39  ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จังหวัดพิษณุโลก

หัวใจของการมาค่ายนี้ก็คือ การได้มาสักการะอนุสาวรีย์ 3 พี่น้อง พระผู้เสียสละเพื่อมาตุภูมิ ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์พระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ และพระสุพรรณกัลยา โดยมี พลตรี นพดล รอดกลาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งจัดเตรียมอาหารมื้อกลางวันอันโอชาไว้รอท่ากองทัพผู้หิวโซได้ตีตะลุย

พิพิธภัณฑ์ทหารกลางแจ้ง นี่คือความเป็นอาร์มี่แลนด์ของค่ายนี้  ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551 เพื่อยกย่องวีรกรรมของเหล่าทหารกล้าที่ร่วมต่อสู้กับข้าศึกที่เข้ามาคุกคามประเทศในสมรภูมิต่าง ๆ นอกจากนี้จัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์การทหารของจังหวัดพิษณุโลกอีกทั้งเพื่อสร้างความภาคภูมิใจ ความรัก และสำนึกในหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันปกป้อง รักษาประเทศชาติ ภายในพิพิธภัณฑ์มีการจัดแสดง รถถังขนาดเบา ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีโค้ง ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน เครื่องบินตรวจการณ์ เป็นต้น

Location: ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก 65000
โทรศัพท์ : กองกิจการพลเรือน กองทัพภาคที่ 3 โทร 055 242 859
เว็บไซต์ : http://www.army3.mi.th

 

ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช

นี่คือค่ายเป้าหมายที่สองที่กองทัพสื่อฯ ตั้งเป้าโจมตี ในเมื่อมาพะเยาทั้งที่ก็ต้องไปให้ถึงพะเยาให้ให้ได้แบบสมบูรณ์แบบนั้นก็คือต้องแวะไปสถานที่เหล่านี้….

กว๊านพะเยา

นี่คือแลนด์มาร์คของเมืองพะเยาแขกไปใครมาก็ต้องแวะ แชะ ชิล กับวิวทิวทัศน์อันบรรเจิด

วัดศรีโคมคำ

เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของพะเยา ซึ่งตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยา สายบุญ สายมู ห้ามพลาดต้องแวะกราบสักการะพระเจ้าหลวง

ส่วนสายแชะก็ไม่น่าพลาดเช่นกัน เพราะมีมุมถ่ายรูปอันตื่นตากับนรกภูมิจำลอง

 

ภูลังกา

นี่คือสถานที่สุดฮิตแห่งใหม่ของเมืองพะเยา โดยเฉพาะสายแคมป์ปิ้ง เพราะโลเคชั่น และบรรยากาศนั่นมันช่างเป็นใจเหลือเกิน ถ่ายรูปไปอวดชาวโชเชียล ชาวโชเชียลต้องอิจฉานึกว่าอยู่ต่างประเทศ

ขนาดช่วงนี้ไม่ใช่หน้าหนาวที่พราวไปด้วยทะเลหมอกในยามเช้า แต่ยังมีความงามอีกแบบให้ได้เก็บไว้ในความทรงจำ

ภูลังกา…R-U-GO ขอฟันธงว่านี่คือดาวเด่นดวงใหม่ของเมืองพะเยา ที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝันว่าจะต้องมา

 

ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช

มณฑลทหารบกที่ 34 (ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช) คือค่ายต่อมาที่กองทัพสื่อฯ ยกพลเข้าโจมตี โดยมีพลตรี สมชาย ทาวงศ์มา ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 34 ให้การต้อน ซึ่งทางคณะก็ได้ร่วมพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนเจืองธรรมิกราช ที่ประดิษฐานภายในค่ายแห่งนี้ ทางค่ายจึงนำชื่อของท่านมาตั้ง เพื่อเป็นการเทิดทูนที่ทรงครองราชย์ และสร้างเมืองพะเยาขึ้นมา

 

 

นอกจากนี้ ทางค่ายยังได้จัดเตรียมอาหารมื้อกลางวันมารับรอง ด้วยเมนูอาหารขึ้นชื่อทางภาคเหนือ ก่อนที่จะพาเยี่ยมชมค่ายแห่งนี้ โดยจุดแรกที่นำไปชมก็คือ

สนามกอล์ฟ ซึ่งถือว่าเป็นสนามกอล์ฟแห่งเดียวในจังหวัดพะเยา

จากนั้นได้พาเยี่ยมชมผลผลิตทางการเกษตร ตามโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” ที่เพียบพร้อมไปด้วย ผักบุ้งดิน ผักชี และบวบเหลี่ยม พร้อมทั้งนำคณะเข้าเยี่ยมชมการเลี้ยงเป็ดไข่ และไก่ไข่ โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9

Location:  มณฑลทหารบกที่ 34 ค่ายขุนเจืองธรรมิกราช  ต.ท่าวังทอง  อ.เมืองพะเยา  จ.พะเยา  56000   โทร. 054 431 230

 

ค่ายสุริยพงษ์

ก่อนจะบุกค่ายพลตรี รุศมนตรี จิณเสน ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 38 ให้การต้อนรับ และพาคณะไปสักการะอนุสาวรีย์พระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดช ที่ด้านหน้ามณฑลทหารบกที่ 38

จากนั้นได้นำคณะขึ้นรถรางเพื่อเยี่ยมชมโครงการ “ทหารพันธุ์ดี” โครงการนี้เป็นโครงการหลวงที่ช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ให้มีกินมีใช้ อีกทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้ทางการเกษตร โดยมีประชาชนจากทั่วประเทศเดินทางมาดูงานตลอดทั้งปี ซึ่งภายในค่ายแห่งนี้มีการเลี้ยงกบ

ปลูกผักปลอดสารพิษ และเลี้ยงเป็ดพันธุ์บางปะกง นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยและพัฒนาผลผลิต รวมถึงมีการแจกเมล็ดพันธุ์พืชให้ประชาชน โดยเมล็ดพันธุ์ส่วนหนึ่งจะส่งไปยังค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ เพื่อกระจายต่อไปยังทั่วประเทศ

Location:  มณฑลทหารบกที่ 38 ค่ายสุริยพงษ์ 176 ถ.เทศบาลดำริห์ ต.ในเวียง อ.เมืองน่าน จ.น่าน 55000

ค่ายพิชัยดาบหัก

ค่ายสุดท้ายที่กองทัพสื่อฯ พร้อมบุกเข้าจู่โจมนั่นก็คือมณฑลทหารบกที่ 35 (พิชัยดาบหัก) จังหวัดอุตรดิตถ์

วัดพระธาตุช่อแฮ 

แต่ก่อนจะบุกค่ายขอแวะมาสร้างขวัญกำลังใจด้วยการไปสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ที่วัดช่อแฮ จังหวัดแพร่

วัดพระธาตุช่อแฮ เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์ เก่าแก่ คู่บ้าน คู่เมืองจังหวัดแพร่และเป็นวัดพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล ใครที่มาเมืองแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตนเอง

เมื่อมาถึงค่ายพิชัยดาบหัก พลตรี ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 35 ให้การต้อนรับ พร้อมทั้งจัดเตรียมอาหารมื้อกลางวันด้วยเมนูขึ้นชื่อของเมืองลับแล อาทิ ข้าวพันผัก หมี่พันผัก ขนมจีนน้ำยาปลาตะโกก ทอดมัน และขนมถ้วย

ตื่นตา ตื่นเต้นไปกับการแสดงชุดนาฎมวยไทยจากน้อง ๆ พลทหารใหม่

หลังจากนั้นได้ไปเยี่ยมชมโครงการอาชาบำบัด ที่โรงพยาบาลค่ายพระยาพิชัยดาบหัก โดยโครงการดังกล่าวทางโรงพยาบาลได้นำม้ามารักษาผู้ป่วยออทิสซึม เพื่อเป็นการลดภาระในครอบครัวของผู้ป่วย ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้มีผลการวิจัยจากประเทศสหรัฐอเมริกายืนยันว่า การเดินของม้าเป็นการเคลื่อนไหวที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับการบำบัดมีอาการดีขึ้น ซึ่งสามารถประเมินอาการได้ภายใน 3 เดือน และที่ผ่านมาทางโรงพยาบาลได้ใช้ม้าในการกระตุ้นพัฒนาการเด็กออทิสซึม เพื่อป้องกันรักษา และฟื้นฟูสุขภาพของประชาชน รวมถึงเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพบกอีกด้วย

 

35 Café

หลังจากเยี่ยมชมโครงการดังกล่าวแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ทหารจากค่ายพระยาพิชัยได้นำคณะสื่อมวลชนสัญจรเดินทางเยี่ยมชมพื้นที่รอบค่าย พร้อมทั้งพาไปเยี่ยมชมร้านกาแฟ 35 Café ซึ่งตกแต่งร้านในแบบฉบับของทหารม้า หรือแนวคาวบอยนั่นเอง

นี่คือคาเฟ่ คลู ๆ ที่ค่ายทหาร

คาเฟ่ชิค ๆ คลู ๆ มีอยู่ทั่วไป แต่ค่าเฟ่สุดเท่ที่ตั้งอยู่ในค่ายทหารนิสิ ต้องมาพิสูจน์ความเท่ความคลูกันได้แล้ว พี่น้องชาวราษฎร์ทั้งหลาย…

เปิดบริการตั้งแต่ 07:30 – 16:30 น.

นอกจากจะมีกาแฟชั้นเลิศ บาริสต้าขั้นเทพมาชงกาแฟให้คอกาแฟได้ดื่มด่ำแล้ว

ยังมีบรรยากาศสุดชิล พร้อมดนตรีบรรเลงเพลงได้แบบว้าว จากนักดนตรีของวงดุริยางค์ มทบ.35 ทุกเที่ยงวัน ยิ่งทำให้คาเฟ่แห่งนี้เหมาะแก่การมาผอ่นคลาย และเช็คอิน แชะ แชร์ อวดความเฟียสให้เพื่อนและชาวโลกให้อิจฉา

 

Location: ค่ายพิชัยดาบหัก

 ตำบล ท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ อุตรดิตถ์ 53000 

เมื่อโควิดซา ลองออกมาท่องเที่ยวแบบแมน ๆ ในค่ายทหารสไตล์ Army land ดูก็จะได้รับรู้ว่า ค่ายทหารก็เที่ยวได้…เที่ยวได้แบบเฟียสซะด้วย!!!!

 

 

thanks a bunch: พลตรี สุธี กอรี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก

สำนักงานส่งเสริมการท่องเที่ยวกองทัพบก

Army land

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *